ออกจากอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ในพื้นที่ภาคเหนือและอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง ครั้งนี้ลองไปสำรวจดูในพื้นที่ภาคอีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือกันดูว่าจะมีอุทยานแห่งชาติไหนน่าสนใจในการไปท่องเที่ยวบ้าง อุทยานแห่งชาติที่จะขอนำมากล่าวถึงในที่นี้ได้แก่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูกระดึง นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กลายเป็นที่นิยมในการไปท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อน พ.ศ. 2500 เสียด้วยซ้ำ หลักฐานในเรื่องนี้ คือ การเสด็จประพาสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ รัชกาลที่ 9 ที่เคยเสด็จประพาสภูกระดึงตั้งแต่ พ.ศ. 2498 การเสด็จประพาสครั้งนั้นส่งเสริมให้ภูกระดึงกลายสถานภาพเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีอีกหลากหลายคนสนใจจะไปเที่ยวชมเป็นอย่างมาก อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตั้งอยู่ที่ อ.ภูกระดึง จ.เลย ข้อจำกัดของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง คือ เป็นอุทยานที่ไม่เปิดให้เข้าชมตลอดปี โดยปกติฤดูกาลท่องเที่ยวภูกระดึงจะเริ่มตั้งแต่ราววันที่ 1 ตุลาคม – 31 พฤษภาคมของทุกปี เป็นระยะเวลา 8 เดือนด้วยกัน ส่วนหนึ่งในการสงวนเวลาเช่นนี้ก็เพื่อให้ธรรมชาติบนยอดภูกระดึงได้ฟื้นฟูขึ้น ถึงกระนั้น ก็ใช่ว่าเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งนี้จะเหมือนกับอุทยานแห่งชาติแห่งอื่นๆที่มีทางรถยนต์สามารถขึ้นไปถึงได้ เพราะอุทยานแห่งชาติภูกระดึงไม่มีทางถนนรถยนต์ขึ้นไปได้ ดังนั้น เสน่ห์และอาจจะมองได้ว่าเป็นความทรหดอย่างหนึ่งของการมาเที่ยวภูกระดึง คือ ความท้าทายทั้งพละกำลังและจิตใจของผู้ที่จะขึ้นไปพิชิตยอดภูกระดึงนั้นเอง หนทางที่ทุรกันดารด้วยดินและโคลน ทั้งยังจำต้องเดินผ่านหุบเขาและแนวป่าขึ้นไปบนยอดเขา ทำให้การเที่ยวภูกระดึงและอุทานแห่งชาตินี้มีเอกลักษณ์เป็นที่จดจำและไม่เหมือนอุทยานแห่งชาติทั้ง 2 แหล่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ตลอดเส้นทางสู่ยอดเขาที่ใช้เวลารวม 6-7 ชั่วโมง ท่านจะได้พบกับอุปสรรคมากมายระหว่างทาง แต่เมื่อขึ้นไปถึงจุดกางเต้นท์เมื่อใด รับรองได้ว่าจะได้พบกับธรรมชาติอันสมบูรณ์และสวยงาม นอกจากนี้ บนยอดภูหลังตัดของภูกระดึงยังมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติอื่นๆอีกมากมาย ทั้งจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและตกที่ก็มีให้พร้อม …
3 อุทยานแห่งชาติ-สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ควรไปเยือนสักครั้งในชีวิต ตอนที่ 2
