แน่นอนว่า น้อง ๆ วัยเรียนหลายคนคงประสบปัญหากับความเครียดและความกดดันในการต้องพยายามยัดเยียดวิชาที่ตนเองไม่ได้ชื่นชอบหรือไม่มีความสุข เมื่อต้องเข้าไปมีส่วนร่วมจนกลายเป็นปัญหาไปเสียอย่างนั้น เพราะนอกจากจะเกิดการต่อต้านแล้ว ยังทำให้พลาดในการเข้าใจเนื้อหาที่ควรจะเข้าใจอีกด้วย ดังนั้นในวันนี้พี่ ๆ จึงมีเทคนิคในการเรียนอย่างไรให้มีความสุขมาฝากสำหรับน้อง ๆ ที่กำลังพบเจอกับความเครียดหรือความกดดันมากเกินไป
เทคนิคเรียนอย่างไรให้มีความสุข
ความสุขของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป ดังนั้นน้อง ๆ จึงจำเป็นต้องถามตัวเองก่อนว่า ความสุขที่น้อง ๆ ได้รับนั้น คือ อะไร แต่เมื่อถามได้ก็จะนำมาซึ่งการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพและมีความสุขมากขึ้น เช่น
1. เป้าหมาย คือ มีความเชี่ยวชาญในสายอาชีพ
หากน้อง ๆ อยากเติบโตกลายเป็นผู้ใหญ่ที่มีสายอาชีพที่ตนเองชื่นชอบและอยากมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างความสุขให้กับน้อง ๆ มากยิ่งขึ้นเมื่อถึงเวลาที่ต้องเรียนรู้หรือศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสายอาชีพที่ต้องการ แม้ต้องพบเจอกับความยากลำบาก แต่ก็จะไม่ย่อท้อและกล้าไปต่อ แม้ต้องเผชิญกับความล้มเหลวก็ตาม ดังนั้นจงมีเป้าหมายที่ชัดเจนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ หรือกำหนดเป้าหมายในการอ่านหรือศึกษาข้อมูลแบบวันต่อวันได้เลยยิ่งดี แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นพี่ ๆ ไม่แนะนำให้เคร่งครัดกับตัวเองมากเกินไป อาจเพิ่มความเครียดและความกดดันมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นควรมีความยืดหยุ่นให้กับตัวเองบ้าง เช่น มีช่วงเวลาพักเบรกสัก 10 – 15 นาที อาจดูหนัง ฟังเพลง หรือทำกิจกรรมที่ตัวเองชื่นชอบ
2. อ่านในช่วงเวลาที่สมองพร้อมที่สุด
แน่นอนว่า การที่น้อง ๆ เกิดความเครียดอาจมีความเป็นไปได้จากการเลือกช่วงเวลาในการอ่านหนังสือที่ไม่เหมาะสม เช่น สมองเบลอหรือเหนื่อยล้าจากการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การจะฝืนขึ้นมาอ่านหนังสือหรือศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่น้อง ๆ สนใจก็อาจไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร อีกทั้งยังทำให้น้อง ๆ อาจเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ ดังนั้นทางที่ดีน้อง ๆ ควรหาเวลานอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้สมองของน้องสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและพร้อมสำหรับการเรียนรู้จะดีกว่า
3. ปรับพฤติกรรม
การปรับพฤติกรรมถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการแก้ไขเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เครียดหรือกดดันจากการเรียนรู้ ซึ่งน้องอาจไม่จำเป็นต้องนั่งอ่านหนังสือคนเดียว แต่อาจมีการติวกับเพื่อนที่ชื่นชอบแบบเดียวกันหรือมีเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะช่วยทำให้น้อง ๆ มีมุมมอง ทัศนคติที่หลากหลาย และช่วยให้มีความสุขมากยิ่งขึ้น เพราะได้มีการแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดเห็นกับเพื่อนคนอื่น ๆ
อย่างไรก็ตามความเครียดเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเรียนรู้เพื่อนำไปใช้งานเรียนรู้ เพื่อทำข้อสอบ หรือจุดมุ่งหมายใดก็ตาม ซึ่งเป็นเส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเลย ดังนั้นน้อง ๆ จึงต้องเตรียมพร้อมตัวเองให้รับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น เตรียมร่างกายให้พร้อมหรือมีการจัดสรรเวลาให้มีทั้งช่วงเวลาที่พักและช่วงเวลาที่เรียนรู้หรืออ่านหนังสือ ไม่ใช่แต่บี้ตะบันอ่านข้ามวันข้ามคืน ไม่เช่นนั้นอาจส่งผลเสียมากกว่าผลดี

