นิติศาสตร์ การเรียนกฎหมายที่ไม่ได้ยากอย่างที่คิด

jurisprudence

กฎหมายเป็นสิ่งที่อยู่รอบตัวเราและต้องเคร่งครัดอย่างมากเพราะหากทำผิดจะมีบทลงโทษตามความรุนแรงของการกระทำ ซึ่งผู้ที่มีความใฝ่ฝันอยากเป็น ผู้พิพากษา ทนายความ พนักงานอัยการ ล้วนจะต้องมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านกฎหมายมากที่สุดเพราะเป็นสายตรงขออาชีพนี้หรือต่อยอดในการเป็นตำรวจ ข้าราชการได้ ซึ่งจะมีคำถามเป็นจำนวนมาก ว่าเรียนยาก ไม่ค่อยมีคนเรียนจบ ซึ่งความเป็นจริงไม่ได้ยากอย่างที่คิด หากมีการเตรียมตัวที่พร้อมและตั้งใจ ซึ่งจะนำไปสู่ผลสำเร็จในท้ายที่สุด การเตรียมตัวในการเรียนนิติศาสตร์ การเตรียมตัวเตรียมความพร้อมถือเป็นหนึ่งสิ่งในการเริ่มเรียนนิติศาสตร์หรือเรียนกฎหมายเพื่อให้ได้เข้าใจในการเรียนรู้มากที่สุด คือการต้องรู้ก่อนว่ากฎหมายคืออะไร กฎหมายใช้อย่างไร ใครบ้างที่มีอำนาจในการใช้กฎหมาย ซึ่งการเตรียมตัวเหล่านี้จะทำให้เรารู้ว่าบทบัญญัติของแต่ละมาตราในตัวบทกฎหมายมีความหมายอย่างไร เป็นเบสิกที่ผู้ที่เรียนนิติศาสตร์ต้องรู้ การเข้าเรียนควรที่จะจดเลคเชอร์ตามที่อาจารย์แนะนำและควรเปิดตัวบทกฎหมายตามไปด้วย  ในส่วนที่สำคัญให้ทำการไฮไลท์ข้อความไว้เพื่ออ่านซ้ำอีกรอบ ควรอ่านหนังสือก่อนสอบประมาณ 2-3 เดือน เพื่อความเข้าใจในวิชานั้น ๆ และให้เน้นตัวบทกฎหมายเป็นหลักมากกว่าการอ่านคำพิพากษาฎีกา ในการสอบจะเป็นข้อเขียนทั้งหมด ควรระวังคำที่ใช้ไม่ควรใช้คำพูดทั่วไป ควรเป็นคำที่เป็นทางการ จะได้เรียนรู้ถึงแก่นแท้ของกฎหมาย วิธีการใช้กฎหมาย กระบวนการทางกฎหมาย อำนาจศาล กฎหมายอาญาและแพ่งต่างกันอย่างไร กฎหมายจะมี2ประเภทคือ แพ่งและอาญา แพ่งและพาณิชย์จะเป็นบทบัญญัติของสิทธิและหน้าที่ของบุคคลตั้งแต่คลอดถึงตาย ครอบคลุมไปถึงเรื่องการทำนิติกรรม สัญญา ความสามารถของบุคคล ส่วนอาญา จะเป็นในเรื่องของข้อบังคับการกระทำและโทษของผู้กระทำผิดซึ่งบทลงโทษจะมีความหนักเบาขึ้นอยู่กับการกระทำและเจตนา ซึ่งมีรายละเอียดอย่างมากเมื่อลงลึกในการเรียนการสอน กระบวนการในการใช้กฎหมาย การตีความในตัวบท ความหมายในตัวบท  โทษของกฎหมายอาญาที่หลายคนไม่รู้ กฎหมายอาญามีความรุนแรงมากตามการกระทำของผู้ที่ทำผิดซึ่งจะพิจารณาจากเจตนาของตัวผู้กระทำผิด ซึ่งมีหลายคนมักไม่รู้ว่ามีโทษอะไรบ้างที่ลงโทษผู้กระทำผิด บางคนทำความผิดที่ไม่รุนแรงมากก็จะพิจารณาโทษที่เบา แต่หากมีความผิดมากจะพิจารณาโทษที่หนัก  มีลำดับตามความร้ายแรงของการกระทำดังนี้ การลงโทษความผิดนั้นมีการพิจารณาตามความเหมาะสมและความรุนแรงของการกระทำซึ่งในประเทศไทยยังคงมีข้อโต้แย้งในการประหารชีวิตอยู่เพราะการฆ่าอาจจะเป็นการเบียดเบียนหรือทำผิดศีลธรรมของมนุษย์ของศาสนาพุทธ